9/4/60

มาตรา 9 ตาม พรบ.ส่งเสริมและรักษาสวล. 2535 ตอนที่ 5 ประกาศในราชกิจจาฯ 14 สค.41


09-04-2017

สวัสดีครับ เพื่อนๆชาวนากุ้งทุกท่าน

                    วันนี้ขอกลับมาพูดถึงเรื่องมาตรา 9 กันต่อนะครับ เพื่อนๆสามารถเข้าไปดูได้จาก เว็บไซต์ของ ราชกิจจานุเบกษา นะครับว่าพื้นที่ๆเราเลี้ยงอยู่นั้นอยู่ในเขตคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัด ตามประกาศของคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 2/2541 หรือไม่และวันนี้ผมจะนำหัวเรื่องคำสั่งจังหวัดของแต่ละจังหวัดที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาสรุปเป็นแต่ละช่วงเวลานะครับ

ชุดแรก. คำสั่งจังหวัดที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2541 มี 21 จังหวัดดังนี้





ชุดนี้คือคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ชุดแรก เล่มที่ 115 ตอนพิเศษ 69ง ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2541 มี 21 จังหวัดครับ





8/4/60

สถิติปริมาณและมูลค่านำเข้ากุ้งของสหรัฐ

08-04-2017

สวัสดครับ เพื่อนๆชาวนากุ้งทุกท่าน

                วันนี้เป็นวันเสาร์คงเป็นวันพักผ่อนของหลายๆท่านๆนะครับ แต่ผมเชื่อว่าเพื่อนๆชาวนากุ้งทั้งหลายยังคงต้องมีภาระกิจกับงานอย่างต่อเนื่องนะครับ เพราะนากุ้งเราไม่มีวันหยุด ฝนจะตกแดดจะออกเราก็ต้องออกกมาดูหน้าลูกๆของเราตลอด ความสังเกตุและเอาใจใส่เท่านั้นครับ ที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ วันนี้เรามาดูเรื่องปริมาณการนำเข้ากุ้งของสหรัฐในช่วง2 เดือนแรกกันนะครับ บทความนี้ก็เป็นบทความแปลของอาจารย์วินิจ ตันสกุลครับ ผมได้คัดลอกมาจาก facebook ของท่านอาจารย์มาให้เพื่อนๆได้รับรู้กันครับ

สถิติปริมาณและมูลค่านำเข้ากุ้งของสหรัฐในช่วงสองเดือนแรกของปี 2017

              มค.-กพ. 2017 สหรัฐนำเข้ากุ้งในปริมาณรวม 204,651 พันปอนด์ หรือ 92,828 ตัน ลดลงร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2016 และคิดมูลค่านำเข้ารวม 883.17 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 (ปริมาณนำเข้าลด แต่มูลค่านำเข้าเพิ่ม)

5 อันดับแรกของประเทศเลี้ยงกุ้งที่สหรัฐนำเข้ามากที่สุด ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ คือ


  1. อินเดีย ปริมาณกุ้งรวมที่สหรัฐนำเข้าคือ 54,217 พันปอนด์หรือ 24,592 ตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน +6,120 ตัน คิดเป็นร้อยละ 33
  2.  อินโดนีเซีย ปริมาณกุ้งรวมที่สหรัฐนำเข้าคือ 43,756 พันปอนด์หรือ 19,848 ตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน +1,401 ตัน คิดเป็นร้อยละ 8
  3. เอกวาดอร์ ปริมาณกุ้งรวมที่สหรัฐนำเข้าคือ 24,424 พันปอนด์หรือ 11,079 ตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน -1,896 ตัน คิดเป็นร้อยละ -15
  4. ไทย ปริมาณกุ้งรวมที่สหรัฐนำเข้าคือ 23,619 พันปอนด์หรือ 10,714 ตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน -1,315 ตัน คิดเป็นร้อยละ -11
  5. เวียดนาม ปริมาณกุ้งรวมที่สหรัฐนำเข้าคือ 16,525 พันปอนด์หรือ 7,496 ตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน -1,711 ตัน คิดเป็นร้อยละ -19

               ส่วนจีน และเม็กซิโก ที่สหรัฐนำเข้ากุ้งในปริมาณมากรองจาก 5 ประเทศแรกข้างต้น พบว่าสหรัฐนำเข้ากุ้งจากจีนในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2017 ในปริมาณรวม 14,204 พันปอนด์ หรือ 6,443 ตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 270 ตัน คิดเป็นร้อยละ 4 ขณะที่ปริมาณกุ้งนำเข้าจากเม็กซิโกลดลงมาก เหลือเพียง 8,708 พันปอนด์ หรือ 3,950 ตัน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนปริมาณนำเข้ากุ้งลดลงถึง -2,490 ตัน คิดเป็นร้อยละ -39



ที่มาของข้อมูล www.ers.usda.gov
แปลงหน่วยและเรียบเรียงโดย Vinij Tansakul
07-04-2017



7/4/60

ทำไมราคากุ้งไทยถึงตกฮวบฮาบ

07-04-2017

สวัสดีครับ เพื่อนๆชาวนากุ้งทุกท่าน

               วันนี้อาจจะมาหลายบทความนะครับ อันนี้ผมก็ได้คัดลอกมาจาก Facebook ท่านอาจารย์วินิจ ตันสกุล ซึ่งถือได้ว่าเป็นกูรูท่านหนึ่งของวงการกุ้งไทยได้เลยนะครับ วันนี้ก็นำบทความแปลของท่านเรื่อง ราคากุ้งทำไมถึงตกจนน่าใจหายมาให้เพื่อนๆ ได้รับทราบกันครับเป็นการยืนยันบทความของน้องตู่ สรพัศ ที่ได้นำมาเสนอเมื่อ 2-3 วันก่อนนะครับ

ราคากุ้งไทยปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อห้องเย็นส่งมอบคำสั่งซื้อที่ล่าช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว
                ตามข้อมูลจากกลุ่มสยามแคนนาเดี้ยน ผู้จัดจำหน่ายอาหารทะเลแช่แข็งระบุว่า ราคากุ้งขาวแวนนาไมของไทยที่อยู่ในระดับสูงมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2016 นั้น ราคาได้ลดลงอย่างรวดเร็ว 
อย่างไรก็ตาม ราคาดูเหมือนจะไม่ลดลงไปอีกมากนัก จนกว่าปริมาณกุ้งที่เพิ่มขึ้นจะลดน้อยลงไปในช่วงปลายเดือนเมษายน ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย Satasap Viriyanantawani บอกกับสื่อ Undercurrent News
                ปริมาณกุ้งในไทยเริ่มขาดแคลนตั้งแต่เดือนธัวาคม 2016 เนื่องมาจากสาเหตุร่วมกันของผลผลิตกุ้งที่ลดลงตามฤดูกาลปกติ และความชุกของโรคกุ้งในไตรมาสสุดท้าย 2016 และไตรมาสแรก 2017 เขาบอกโดยอ้างอิงจากผู้ผลิตกุ้งกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF)
“ไม่มีสัญญาณใดๆ บ่งชี้ว่าผลผลิตดีขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคม 2016”
                เขาบอกด้วยว่า ส่วนใหญ่ของสัญญาส่งมอบของห้องเย็นไทยล่าช้าไปหมดจากไตรมาส 4/2016 ไปถึงเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์ 2017 
               ห้องเย็นไทยหลายรายพยายามหากุ้งวัตถุดิบให้เพียงพอเพื่อส่งมอบตามคำสั่งซื้อเหล่านั้น รวมทั้งห้องเย็นต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหากุ้งวัตถุดิบที่มีอยู่ เพื่อนำมาใช้ในโรงงานให้ครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายคงที่ (fixed cost)
               ส่งผลให้ความต้องการกุ้งมีมากกว่าปริมาณผลผลิต โดยระดับราคาคงที่ประมาณ 220 บาทต่อกิโลกรัม และสูงถึง 230 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับกุ้งทั้งตัวขนาด 60 ตัวต่อกิโลกรัม นับแต่กลางเดือนธันวาคม 2016    70 ตัวต่อกิโลกรัมมีราคาอยู่ที่ประมาณ 210 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ 80 ตัวต่อกิโลกรัมอยู่ที่ 185 บาทต่อกิโลกรัม ราคากุ้งเหล่านี้ทำให้กุ้งไทยมีราคาแพงมากกว่ากุ้งของประเทศอื่นๆ Viriyanantawani ให้ข้อมูล
                ตอนนี้ “คำสั่งซื้อส่วนใหญ่เหล่านี้ได้รับการดำเนินการเสร็จสิ้นสมบูรณ์ส่งมอบไปแล้ว และลดความกดดันด้านปริมาณกุ้งในตลาดลง ดังนั้นเราจึงเริ่มเห็นการปรับปรุงด้านราคาลดลง”
                ในสัปดาห์ที่ผ่านมาถึง 1 เมย. ราคากุ้งได้ลดลง แต่ยังคงอยู่ในช่วงกว้าง และได้เห็นกุ้ง 60 ตัวมีราคา 185-205 บาทต่อกิโลกรัม (จากสัปดาห์ก่อนหน้าอยู่ที่ 205-220 บาทต่อกิโลกรัม) 70 ตัวมีราคา 175-185 บาทต่อกิโลกรัม (ลดลงจาก 195-210 บาทต่อกิโลกรัม) และ 80 ตัวมีราคา 155-160 บาทต่อกิโลกรัม (ลดลงจาก 170-180 บาทต่อกิโลกรัม)
                 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปริมาณกุ้งมีน้อย บางโรงงานเดินเครื่องแค่ 40-50% ของกำลังผลิตสูงสุด” เขาเสริมว่า “ปริมาณกุ้งในตลาดคาดว่าจะดีขึ้น เริ่มจากขนาดเล็กตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนเป็นต้นไป”
                ไทยผลิตกุ้งได้ราว 310,000 ตันในปี 2016 คาดว่าปี 2017 ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นราว 20,000 ตัน Jim Gulkin ซีอีโอและผู้ก่อตั้งสยามแคนนาเดี้ยน คาดการณ์ไว้
ซึ่งเป็นการคาดการณ์ที่สูงกว่าเล็กน้อยจากเวทีประชุมกุ้งในงานประชุมครั้งล่าสุดของ Global Seafood Market ที่เมืองซานฟรานซิสโก ที่ประมาณไว้เพียง 300,000 ตันในปี 2017 ไม่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา
                โรค EHP [Enterocytozoon hepatopenaei] และสภาพอากาศเป็นสาเหตุสำคัญ” ที่ทำให้ผลผลิตกุ้งไม่มากขึ้นจากปี 2016 เช่นเดียวกับระดับราคาอยู่ในระดับต่ำในช่วงปีที่ผ่านมา Glukin บอกกับสื่อระหว่างงานเทศกาลแสดงอาหารทะเลของบอสตันปี 2017 นั่นเอง


แปลและเรียบเรียงจาก https://www.undercurrentnews.com/…/thai-shrimp-prices-fina…/ 
Cr. Facebook : Vinij Tansakul 
03-04-2017



FDA ห้ามใช้ Triclosan

07-04-2017

สวัสดีครับ เพื่อนๆชาวนากุ้งทุกท่าน

                 วันนี้ของนำข่าวจาก นสพ.มติชน เรื่อง FDA ห้ามใช้ สารTriclosan ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ 18 ชนิดในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้แล้ว ลองอ่านรายละเอียดดูนะครับ
   
          ขออธิบายว่า ไตรโคลซาน(Triclosan) กับ ไคโตซาน (Chitosan) คนละตัวกันนะครับ อย่าสับสนนะครับ

นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา รายงานว่า องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ออกคำสั่งห้ามใช้สาร “ไตรโครซาน”(Triclosan) ในผลิตภัณฑ์สบู่ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งส่วนผสมต่างๆ อีก 18 ชนิด ที่มักจะถูกใช้ในสบู่ประเภทนี้ โดยมีผลบังคับใช้ทั่วสหรัฐฯตั้งแต่เดือนกันยายน 2560

ทั้งนี้ FDA ให้เหตุผลว่า ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ว่า สบู่ที่ผสมสารเคมีเหล่านี้ มีประสิทธิภาพดีกว่าสบู่ธรรมดาหรือน้ำเปล่า อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการหลายรายรวมทั้งรายใหญ่ เช่น พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล และ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เริ่มหยุดใช้ส่วนผสมนี้ในผลิตภัณฑ์บางชนิดแล้ว

ไตรโครซาน คือ สารเคมีชนิดหนึ่งที่มักใช้ในการผลิตสบู่ประเภทต้านเชื้อแบคทีเรีย และบางครั้งใช้ผสมในยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก เครื่องสำอาง น้ำยาซักผ้า กระดาษทิชชู เสื้อผ้า รวมทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพอีกมากมายหลายชนิด ดังนั้นสารไตรโครซานที่ดูดซึมผ่านผิวหนังหรือทางช่องปากจะเข้าไปสะสมอยู่ในร่างกายเป็นระยะเวลานาน มีรายงานหลายฉบับที่ชี้ว่า สารไตรโครซานอาจทำให้เกิดอาการแพ้ตามผิวหนัง ทำให้ต่อมฮอร์โมนทำงานผิดปกติ กล้ามเนื้อผิดปกติ ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และระบบการเจริญพันธุ์มีปัญหา ตลอดจนอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้

“ ผู้ประกอบการไทยควรตระหนักถึงผลกระทบและหลีกเลี่ยงการผสมสารไตรโคซานในสินค้าด้วย ไม่เพียงแต่ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายเท่านั้นที่อาจมีสารไตรโครซานเป็นส่วนผสม แต่ยังรวมถึงที่นอน ผ้าปูที่นอน เสื้อผ้า รองเท้า และสินค้าอื่นๆ ที่ติดป้ายต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เนื่องจากมักมีการใช้สารไตรโครซานในกระบวนการผลิต นอกจากนี้ งานวิจัยบางชิ้น ระบุด้วยว่าสารไตรโครซานที่ลงสู่ท่อระบายน้ำออกไปสู่ทะเล ยังทำลายแบคทีเรียในระบบนิเวศน์ ทำลายห่วงโซ่อาหาร และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อมทางทะเลเสียหายด้วย” นางมาลี กล่าว





รายงานการพบยาปฏิชีวนะในกุ้งนำเข้า

07-04-2017

สวัสดีครับ เพื่อนๆชาวนากุ้งทุกท่าน

                  วันนี้เรามาดูบทความแปล จากอาจารย์วินิจ ตันสกุล ผมได้คัดลอกบทความนี้มาจาก Facebook ของอาจารย์วินิจ ตันสกุล และผมได้ขออนุญาตท่านเรียบร้อยแล้วว่าผมขอนำบทความของท่านมาลงใน Blog ของผมเพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้อันจะนำประโยชน์มาสู่พี่น้องชาวนากุ้งต่อไป ผมขอขอบคุณท่านอาจารย์วินิจ ตันสกุลไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ #ขอบคุณครับ  เรามาดูกันครับ เรื่องการที่ FDA รายงานการพบยาปฏิชีวนะในกุ้งนำเข้าสหรัฐช่วง มีค 2017 ที่ผ่านมาว่ามีรายละเอียดอย่างไรบ้าง
          
              FDA สหรัฐรายงานกุ้งนำเข้าที่ตรวจพบยาปฎิชีวนะตกค้างในเดือนมีค 2560
               เดือนมีนาคมตรวจพบกุ้งนำเข้าที่ปนเปื้อนยาปฎิชีวนะทั้งหมด 7 รายการจากทั้งหมด 209 รายการ คิดเป็นร้อยละ 3.3 โดยสินค้ากุ้งที่ปนเปื้อนยาปฎิชีวนะมาจาก

  • เวียดนาม 4 รายการ (เป็นกุ้งของบ.Minh Phu Seafood 3 รายการ และ บ.Minh Qui Seafood 1 รายการ) 
  • ฮ่องกง 1 รายการ  ของบ.Lee Fung Marine Product 
  • จีน 1 รายการ   ของบ.Dandong Shenghai Foodstuff

             โดยเฉพาะกุ้งนำเข้าจากเวียดนามและจีน FDA ระบุเพิ่มเติมไปด้วยว่าเป็นสินค้ากุ้ง "unsafe additives" อีกด้วย ทำให้ยอดรวมของสินค้ากุ้งนำเข้าที่ FDA ตรวจพบว่าปนเปื้อนยาปฎิชีวนะในไตรมาสแรกของปี 2017 เป็น 25 รายการ (ดูกราฟ)

ที่มา: http://www.shrimpalliance.com/minh-phu-leads-the-fdas-marc…/ 06-04-2017



Cr. Facebook : Vinij Tansakul







5/4/60

แนวโน้มกุ้งไทย ปี 60 By Voive TV

05-04-2017

สวัสดดีครับ เพื่อนๆชาวนากุ้งทุกท่าน

                   วันนี้ผมนำบทความจาก Voice TV ที่มีการกล่าวถึงแน้วโน้มของกุ้งไทยปี 2560  มาให้ติดตามกันนะครับ เอามาแปะไว้แล้วมาดูกันว่ามันเป็นจริงแค่ไหนครับ


นายกสมาคมกุ้งไทย คาดสถานการณ์กุ้งไทย ปี2560 จะเป็นปีที่ดี ทั้งราคาและผลผลิต หลัง 4 ปีที่ผ่านมาการเลี้ยงกุ้งภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ประสบปัญหาโรคาโรคตายด่วน หรือ EMS


ดร.สมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย และคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ  ประกอบด้วย ท.พ.สุรพล  ประเทืองธรรม นายกกิตติมศักดิ์สมาคมกุ้งไทย และนายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย นายบรรจง  นิสภวาณิชย์ ประธานสมาพันธ์เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทย และอุปนายกสมาคมกุ้งไทย นายสมชาย   ฤกษ์โภคี เลขาธิการสมาคม และ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี นายปกครอง  เกิดสุข อุปนายกสมาคมกุ้งไทย และประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดกระบี่ นายโสภณ เอ็งสุวรรณ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย และกรรมการบริหารสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์กุ้งของไทย ปี 2559 ว่า ผลผลิตกุ้งปี 2559 โดยรวมประมาณ 300,000 ตัน หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณร้อยละ 15 หลังจากที่การเลี้ยงเริ่มฟื้นตัว จากการประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาโรคตายด่วน หรืออีเอ็มเอส (EMS) ได้สำเร็จโดยการปรับปรุงฟาร์มและการจัดการการเลี้ยงที่มีประสิทธิภาพ ปี 2560 จะเป็นปีที่ดีสำหรับเกษตรกร ทั้งราคา และผลผลิตน่าจะอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งไทยมีแนวโน้มดีขึ้น ทั้งนี้เพราะเกษตรกรมีความชัดเจนในแนวทางการเลี้ยงมากขึ้น โดยเฉพาะแนวทาง 3 สะอาด คือ พื้นบ่อต้องสะอาด น้ำต้องสะอาด และลูกกุ้งต้องสะอาด ซึ่งจะเป็นแนวทางที่จะทำให้กุ้งเลี้ยงได้ แต่ยังไม่พอ หากต้องการทำกำไรต้องหาลูกกุ้งที่โตเร็วที่สุด

ด้านนายปกครอง  เกิดสุข อุปนายกสมาคมกุ้งไทย และประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดกระบี่ กล่าวถึงสถานการณ์การเลี้ยงกุ้งภาคใต้ในฝั่งอันดามันว่า “สถานการณ์การเลี้ยงกุ้งภาคใต้ฝั่งอันดามันปรับตัวดีขึ้น ทั้งการลงกุ้งและอัตรารอดดีขึ้น โดยใช้พื้นที่เลี้ยงเท่าเดิม แต่มีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ประมาณร้อยละ 30 นอกจากนี้ ยังมีการควบคุมไม่ให้ผลผลิตออกมามากเกินกำลังการผลิตของโรงงานแปรรูป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพราคา”

ขณะที่ นายสมชาย  ฤกษ์โภคี เลขาธิการสมาคมฯ และ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า “สถานการณ์การเลี้ยงกุ้งภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ซึ่งประสบปัญหาโรค EMS มาเป็นเวลา 4 ปีเต็ม และได้มีการปรับปรุงและหาวิธีการเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จมาเป็นลำดับ โยเฉพาะภาคใต้ตอนบน ที่มีการนำเอาระบบน้ำโปร่งมาใช้และเลี้ยงโดยเน้นเรื่องความสะอาดเป็นหลัก โดยผลผลิตปี 2559 คาดว่าอยู่ที่ 110,000 ตันหรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 25 คาดว่าในปี 2560 จะสามารถพัฒนาระบบการเลี้ยงแบบบริหารความเสี่ยงเพื่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมกุ้งต่อไป”

ท.พ.สุรพล  ประเทืองธรรม นายกกิตติมศักดิ์สมาคมกุ้งไทย และนายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย กล่าวว่า “คุณภาพของสินค้ากุ้งเป็นสิ่งสำคัญที่จะเอาชนะคู่แข่ง โดยคุณภาพของสินค้านอกจากเรื่องของความปลอดภัยอาหาร สวย สด สะอาด รสชาติดีแล้ว ปัจจุบันผู้บริโภคยังต้องการคุณภาพด้านอื่นๆ เช่น การตรวจสอบย้อนกลับ วัตถุดิบที่นำมาทำอาหารกุ้ง สวัสดิภาพแรงงาน และเรื่องของสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมต้องร่วมมือกันเพื่อความยั่งยืนในอุตสาหกรรมกุ้งไทย โดยเฉพาะการปลอดจากยาและสารตกค้างซึ่งยังเป็นจุดเด่นของกุ้งไทยที่เหนือกว่าประเทศอื่นๆในเอเชีย”






4/4/60

วิเคราะห์สภาวะราคากุ้ง 03-04-2017 by Soraphat

04-04-2017

สวัสดีครับ เพื่อนๆชาวนากุ้งทุกท่าน

               วันนี้เบื้องต้นผมว่าจะคุยกันต่อเรื่องมาตรา 9 แต่เมื่อเห็นราคากุ้งที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ หลายๆคนเริ่มที่จะขวัญเสีย มองทิศทางด้านราคาไม่ออกเริ่มมึนๆกับสถานการณ์ในขณะนี้ ผมก็ได้ไปเจอบทความของน้องตู่เค้าในเฟสบุ้ค ซึ่งเป็นบุคคลคุ้นหน้าในวงการกุ้งที่ตระเวณไปดูแลแวะเยี่ยมชมฟาร์มทั่วเอเชียได้มาเคราะห์ถึงสถานการณ์ของสภาวะกุ้งช่วงนี้ว่าเป็นอย่างไรเราไปดูกันครับ
                      ผมผ่านตาเห็นข้อความเต็มเฟซ เรื่องราคากุ้งตกต่ำ ผมจึงลองเช็คข้อมูลราคากุ้งที่อื่นดู ปรากฏว่า อินเดีย เวียดนาม เวลานี้ ราคาต่ำกว่าไทย มีอินโดที่สูงกว่า (ปีที่แล้วเสียหายหนักมาก ลากมาทำให้หวาดระแวงไม่กล้าลุยกันต่อในปีนี้) แต่ทั้งสามประเทศนี้ ช่วงนี้ไม่มีกุ้งเลย เลยลองหาข้อมูลเพิ่มเติม พอจะสรุปได้ว่า ราคาตกต่ำนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจากปัจจัยภายในดังที่หลายๆ ท่านคาดกัน    ที่ว่าห้องเย็นกดราคา ซึ่งผมอาจจะผิดก็ได้ ฝากทุกท่านที่อ่านลองพิจารณากันดูครับ ปัจจัยที่ผมพบมามีดังนี้ครับ
               1. ภาวะปั่นกระแสสงครามโลกเพื่อหนีหนี้และขายอาวุธ เข้มข้นขึ้นมาตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา จากสงครามตัวแทน ตอนนี้มีแนวโน้มปะทะตรง มีการท้าทาย และพูดถึงการเพิ่มแสนยานุภาพนิวเคลียร์ การพัฒนาอาวุธเพื่อเตรียมรับสงครามกันอย่างชัดเจนมากที่สุด  ในช่วงสี่สิบปีประเทศผู้ซื้อกุ้งเราหลักๆ คืออเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ทั้งสามประเทศนี้ อยู่ในภาวะปั่นป่วนอย่างหนัก อเมริกามีคนว่างงานร่วม 80 ล้านคนจากการประกาศของทรัมป์เอง ยุโรป ชักศึกเข้าบ้าน ไม่ได้เป็นเมืองสวรรค์ดังที่เราเคยรู้ มีการก่อการร้ายเกิดขึ้นตลอด เป็นช่วงที่ระส่ำระสายที่สุด มีโอกาสถึงขั้นล่มสลาย และเป็นแนวรับที่น่าจะเป็นจุดกำเนิดสงครามโลกครั้งที่สาม หากจะมีเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
                จีนเอง เร่งต่อเรือรบลำใหม่ให้เสร็จภายในเดือนหน้า เตรียมพร้อมป้องกันน่านน้ำ ไม่นับ ทุนมหาศาลที่ลงไปกับการเตรียมไซเบอร์ยุทโธปกรณ์ และดาวเทียมทางยุทธศาสตร์นับหมื่นดวงพร้อมสุดยอดเทคโนโลยีระดับเหนือจินตนาการอีกมากญี่ปุ่น รู้ตัวดีว่าต้องเป็นตัวแทนสงครามในฐานะกันชนหน้าให้อเมริกา รวมทั้งเศรษฐกิจที่ดิ่งเหวติดดินมานาน
               สรุป ความหวาดระแวงในสงครามและปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้ลูกค้าผู้กินกุ้งในชาติเหล่านี้ มีกำลังซื้อน้อยลง และใช้เงินเท่าที่มีไปเพื่อการอยู่รอดหากเกิดสงครามมากกว่าจะเน้นเรื่องปากท้องครับ ทำให้แรงซื้อฝืดไปมาก กำลังซื้อกุ้งใหญ่จึงตก กำลังซื้อของพรีเมี่ยมจึงลดลง

               2. ประเทศคู่แข่งเพิ่มกำลังการผลิตขึ้น แต่ห้องเย็นไม่พอรองรับจึงมีช่วงของทะลัก ฉุดราคาปากบ่อในแต่ละล้อคไซส์ ประเทศหนึ่งๆ มีช่วงของทะลักราวสองครั้งต่อปี มีอย่างน้อยสามประเทศที่มีภาวะนี้ นั่นแปลว่า โดยเฉลี่ยทุกสองเดือนจะมีช่วงราคาถูกฉุดต่ำลงและถูกนำมาเป็นราคาอ้างอิงด้วยระบบการสื่อสารที่ถึงกันหมดในพริบตา ทำให้คนอีกฟากโลกรู้ราคาปากบ่อของประเทศที่กุ้งล้นและเอามาเป็นราคาฐานอ้างอิงในการต่อรอง ทำให้ห้องเย็นไทยเองก็เผชิญหน้ากับการค้าขายที่ยากลำบากขึ้นกว่าเก่าแต่เพราะสถานการณ์ดังกล่าวนั้นไม่นิ่ง จึงทำให้หลายครั้งผู้ซื้อวืดไป ไม่สามารถซื้อของถูกจากประเทศที่กุ้งทะลักได้ต่อเนื่อง ทำให้หันมาหาของไทย และห้องเย็นไทยจึงสามารถกำหนดราคาซื้อที่สูงได้ จึงมีราคาสูงให้เห็นเป็นครั้งคราว แต่.. ไม่ได้มีต่อเนื่อง ทำให้ราคาในบ้านเราสวิงขึ้นลงสูง

               3. ภาครัฐของประเทศที่เป็นลูกค้าเล่นมาตรการต่างๆ เพื่อกีดกัด กดดัน(รัฐบาลของประเทศนั้นๆ) และกดราคา (เพื่อเอาใจภาคธุรกิจในประเทศ)โดยไหลตามน้ำกับสถานการณ์จริง แต่ไม่ได้ทำอย่างตรงไปตรงมาซึ่งกรณีนี้ หลักๆแล้ว เกี่ยวข้องกับเกมส์อำนาจโลก เป็นเรื่องการเมืองครับ จึงจะหวังความแฟร์ และแก้ด้วยแนวทางมาตรฐานไม่ได้ (หากจะแก้ต้องแก้ด้วยแนวทางกลยุทธ์ธุรกิจ) ทุกประเทศเจอต่างๆ กันไป ขึ้นอยู่กับมีอะไรให้เล่น และอยู่ในเงื่อนไขให้เล่นระดับไหน ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ไทย เจอหนักกว่าใครเพื่อนเขาหน่อย เพราะมีอะไรให้เล่นเยอะ และเป็นเป้าหมายหลักที่ถูกแย่งชิงในเกมส์ขั้วอำนาจ
               แถมอีกนิด สุดท้าย เมื่อเราตกผลึกไม่เลือกเข้าข้างโลกของคนที่เป็นลูกค้า ค้าขายกับนาย ก แต่ไปเอียงเข้าแก๊งนาย ข ที่เป็นศัตรูนาย ก สินค้าส่งขายนาย ก ก็แน่นอนว่าต้องเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่อย่างที่เป็นอยู่

               4. ปัญหานี้เป็นปัญหาที่ทุกประเทศประสบ ไม่ใช่พบแต่ในประเทศไทย ถามว่าประเทศอื่นๆ จะอยู่กันได้ไหม???
               ขอตอบอย่างนี้ครับ สถานการณ์คล้ายไทยในอดีต คือ มีคนออกจากอุตสาหกรรมไปเรื่อยๆ ใครปรับตัวได้ พัฒนาเทคนิค คุมต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพได้ ก็พอจะประคองตัวอยู่รอด แต่จำนวนรายเกษตรกรในแต่ละประเทศลดลงไม่ต่างกับไทยในอดีตที่ลดลงไปกว่าครึ่ง และอนาคต ทุกประเทศปรับตามเรามาแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การเปลี่ยนไปหาธุรกิจอื่น ห้องเย็นจะมีขนาดเล็กลง จุดต่างก็จะมีที่บางประเทศ มาตรการภาครัฐออกมาค่อนข้างเอื้อ ต่อธุรกิจภายในประเทศ และผลกระทบจากภาวะภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมในดินแดนนั้นๆ ต่างกันออกไป

               5. ปัญหาสำคัญประการหนึ่งคือ ช่วงที่อีเอ็มเอสรุนแรง หลายประเทศบูมการผลิต เจอโรคชุก ตลาดก็นิยมไซส์เล็ก นำมาซึ่งปัญหาการใช้ลูกกุ้งที่เพิ่มขึ้นมหาศาล (มากกว่า 3 เท่า)
อย่าลืมว่า หลักๆ แล้วแม่พันธ์กุ้งขาวต้องผ่านกระบวนการเตรียมหลายรุ่นกว่าจะใช้เป็นแม่กุ้งเลี้ยงในบ่อได้จริง การใช้ลูกกุ้งมหาศาล เท่ากับใช้แม่มหาศาลด้วยจริงๆ แล้วผู้ผลิต มีไม่พอ ทำไม่ทัน ถึงทันก็รักษาคุณภาพไม่ได้เหมือนตอนปกติ สุดท้ายส่งผลมาที่คุณภาพลูกกุ้งด้วย นี่คือที่ผู้เลี้ยงกำลังได้รับผลกระทบอยู่  ต้นปีที่ผ่านมา ลูกกุ้งในบางประเทศ ตายคาแฮทเชอรี่ ไม่ผ่านเป็นพี เสียหายค่อนประเทศให้เห็นอยู่ครับ ไม่นับที่ผ่านมา ที่ลงบ่อไปแล้วร่วงหาย เลี้ยงแน่นไม่ได้ โตไม่เสมอ แพ้อากาศร่วง มีให้เห็นกันทุกประเทศครับ

               6. สมมุติว่าถ้าปีนี้ปัญหาการเลี้ยงรุนแรงขึ้นในทุกประเทศ จนกุ้งขาดตลาด สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ราคากุ้งจะปรับตัวสูงขึ้น จนเมื่อราคาปากบ่อไซส์ร้อยเกิน 155 บาท ผู้ซื้อ ผู้กิน จะเริ่มรับราคาไม่ได้ (ซึ่งเมื่อผ่านกระบวนการจนไปถึงผู้บริโภคปลายทางจะสูงขึ้นไปอีก เช่น 350 บาทต่อกิโล เป็นต้น) ก็จะเปลี่ยนประเภทโปรตีนที่จะบริโภคหันไปหาอาหารโปรตีนชนิดอื่น แรงซื้อก็จะลดลงมาก ราคาก็จะตกลงอีก สมมุติว่าตกลงมาเหลือ 100 บาทต่อกิโล ผู้กินก็จะเริ่มปรับกับมาซื้อกินอีก แล้วค่อยๆ ฉุดราคากลับมา
แต่คำถามสำคัญคือ ผู้ผลิต จะอยู่รอดได้ถึงวันนั้นหรือเปล่า???  เพราะเอาเข้าจริงแล้ว ต้นทุนการผลิตกุ้งในทุกประเทศที่ผมสำรวจมา วิ่งอยู่ระหว่าง 125-140 บาท นั่นแปลว่า ราคาที่เหมาะสม หรือจุดสมดุลราคาที่จะทำให้ธุรกิจกุ้งอยู่ได้นานอีกหน่อยคือ ราคาที่คนเลี้ยงยังได้กำไร และเป็นราคาที่คนกินยังกินไหว ตามที่ผมประเมินส่วนตัวคือ ไซส์ร้อย ราคาอยู่ที่ 140-155 บาท

               7. แต่ ราคาจะต้องนิ่งมากพอที่จะทำให้ไม่เกิดช่วงได้เปรียบเสียเปรียบของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป ราคาควรแกว่งตัวในแต่ละไซส์ไม่เกิน 10 บาทในรอบปี   ซึ่งการจะเป็นอย่างนี้ได้ ต้องมีการตกลงประสานความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างผู้เลี้ยง ผู้แปรรูป และผู้ค้าส่งที่ปลายทาง  กระบวนการนี้คือกระบวนการที่รัฐบาลเวียดนามพยายามดำเนินการอยู่ แม้จะยังไม่สำเร็จ แต่หากสำเร็จ เป้าการเป็นฮับกุ้งของเขาก็ถือว่าบรรลุ อยู่ได้กันทั้งองคาพยพ     รอดูครับว่าเขาจะทำได้ไหม หรือเราจะเปิดใจเริ่มทำกันก่อนดี ว่าไปแล้ว เราก็มีความพร้อมนะครับ เหลือแค่เรื่องเดียว คือ เปิดใจประสานความร่วมมือ

               8. ต้องยอมรับก่อนครับ ว่าแต่ละคนแต่ละกลุ่ม มีความพร้อม ความรู้ ความถนัด แตกต่างกัน ขอพูดตรงๆ ห้องเย็นจะมาเลี้ยงแข่งกับผู้เลี้ยง ทำสำเร็จได้ยาก ผู้เลี้ยงจะค้าขายแข่งกับห้องเย็น ก็ไม่เท่าทันพ่อค้าที่เราค้าขายด้วย
               ทางออกที่ดีที่สุด คือ หันหน้าเข้าหากัน เจรจาต่อรอง แบ่งงานกันทำตามความถนัด กำหนดเงื่อนไข ที่เอื้อต่อกันทั้งสองฝ่ายให้จบ แล้วเดินตามนั้นอย่างเคร่งครัด จะมีฝ่ายใดเสียเปรียบบ้างเพียงเล็กน้อย ขอให้ทำใจยอมรับกันไป หากยังพอรับไหว เพราะหากไม่เลือกทางนี้ ปล่อยต่างคนต่างเดิน เห็นเค้าลางอนาคตเลยครับ ว่าอาชีพนี้จะมีอายุสั้น
               9. ในความเป็นจริง ห้องเย็นส่วนใหญ่แล้วไม่ได้ชอบกุ้งราคาถูกหรอกครับ เพราะราคาวันนี้ถูกประกาศเป็นที่รู้กันทั่ว ผู้ซื้อในต่างประเทศรู้ราคาปากบ่อก่อนห้องเย็นในบ้านเราเสียอีก ไม่ว่าจะราคาถูกหรือแพง หากนิ่ง ห้องเย็นจะได้กำไรเท่าเดิม แต่หากราคาแกว่ง แผนการผลิตเขาจะผิดพลาดและขาดทุนครับ  วันนี้ในภาคส่วนของผู้แปรรูปไทยนั้นเหลือผู้เล่นน้อยมาก ปีที่แล้วขาดทุนต่อเนื่อง และถือได้ว่าอยู่ในภาวะวิกฤติแล้วเต็มตัว อนาคต ส่วนนี้จะกลายเป็นคอขวดสำคัญ มีผลผลิตกุ้งเท่าไหร่ ไม่ว่ามากหรือน้อย ก็ไม่รู้จะขายไปที่ไหน ขายใคร ห้องเย็นแปรรูปกุ้งในไทยจำนวนมากตัดสินใจเลิกกิจการไปแล้วและไม่กลับมาทำอีก เราเหลือผู้ซื้อน้อยมาก ท่านอาจมองว่าจะทำให้เขามีอำนาจต่อรองมาก เล่นเกมส์ได้มาก แต่เกมส์ที่เล่นแล้ว เสียหายทั้งคู่ ผมว่าไม่มีใครอยากเล่นหรอกครับ และเราในมุมผู้เลี้ยงก็คงไม่ปล่อยให้เขาเล่น เมื่อมีแนวโน้มอาจเป็นศัตรู ไม่สู้จับมือคว้ามาเป็นพวก อยากวอนให้ทุกท่านเปิดใจมองภาพในส่วนนี้ดีๆ อีกครั้ง อย่าเพิ่งสะใจที่เขาเสียหาย เพราะถ้าเขาตายเราตายด้วย มาจับมือประคองเดินร่วมกันไปดีกว่าครับ
               จริงอยู่ว่าในกลุ่มห้องเย็น ก้อมีความต่างกัน เป็นกลุ่มๆ เราสามารถกำหนดกลยุทธ์บริหารห้องเย็นตามลักษณะของเขากันได้ จริงๆ เรามีพลังอยู่ในมือ มีอำนาจต่อรองสูง เหลือแต่ใช้มันอย่างถูกทางและมีประสิทธิภาพเท่านั้นครับ

               10. เรื่องราคาอาหาร เท่าที่ผมสำรวจมา ในต่างประเทศวิ่งอยู่ที่กิโลกรัมละ 42-49 บาท ซึ่งถือว่าสูงกว่าของเราอยู่ มองมุมหนึ่ง ถือว่าดี เพราะต้นทุนเราถูกว่า อันนี้เราได้อานิสงค์จากการควบคุมราคาของกระทรวงพาณิชย์
               แต่ในอีกด้านก็เป็นการสร้างปัญหาให้ผู้ผลิตที่จำเป็นต้องคุมต้นทุน สุดท้ายอาจมีโอกาสส่งผลกระทบมาสู่เกษตรกรผู้ใช้ได้ในที่สุด ทางที่ดี อนุญาตให้ราคาอาหารปรับขึ้นตามสถานการณ์ต้นทุนจริง แต่ให้คุณภาพอาหารได้มาเต็มที่น่าจะเป็นประโยชน์กว่า
ทางออก ผู้เลี้ยงล่ะครับ ที่จะดำเนินการในส่วนนี้ได้ คงจะน่ารักไม่น้อย หากเรากลุ่มผู้เลี้ยงยื่นเรื่องกระทรวงขอให้ปรับราคาอาหารขึ้นอีก10% แต่ต่อรองด้วยการตรวจสอบคุณภาพอาหารให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่เราตั้งไว้
              ตอนนี้ในหลายประเทศ ที่มีผู้ผลิตอาหารมากรายและต้องแข่งขันราคา ผู้เลี้ยงมีปัญหาอาหารด้อยคุณภาพ นำมาซึ่งปัญหาการเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นน้ำเน่าน้ำเสีย หรือแม้แต่สงสัยกันถึงว่า กากถั่วป่นคือต้นเหตุของอีเอ็มเอสกับอีเอชพีกันเลยทีเดียว

               11. ขออภัยสำหรับความยาวครับ ขอจบแค่นี้ เกรงท่านจะเบื่อกันเสียก่อน
ปล....
ทราบดีครับว่า เขียนเรื่องนี้โพสท์ลงจบ ต้องมีคอมเมนท์มากมาย แต่ในฐานะที่อาศัยกินอยู่กับอุตสาหกรรมนี้ หากไม่กล้าตอบแทนบุญคุณอุตสาหกรรมด้วยการหาข้อมูลจริงในบริบทที่หลากหลายมานำเสนอ และคุยกันตรงไปตรงมา ผมก็คงละอายแก่ใจตนเอง จึงใคร่กราบขออภัยมา ณ โอกาสนี้หากอ่านแล้วไม่ต้องไม่ตรงใจท่านผู้อ่าน แค่อยากให้เห็นภาพรวม และหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านบ้าง บางสิ่งบางอย่าง ผมอาจด้อย รู้น้อย เข้าใจคลาดเคลื่อน ขอได้โปรดเมตตาอย่าเพิ่งติด่า เปลี่ยนมาเป็นให้คำชี้แนะจะขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ
ขอให้เลี้ยงกุ้งได้ กำไรดี มีความสุข ทุกท่านครับ

ด้วยความเคารพ
สรพัศ ปณกร Technical support manager @โนโวไซม์ ไบโอโลจิคอล (ผู้ผลิต พอนด์พลัส พอนด์ดีท็อกซ์ พลัสเท็น) /อุปนายกสมาคมการค้าปัจจัยการผลิตสัตว์น้ำไทย


cr. Facebook : Soraphat Panakorn